elephant_moving.gif (4489 bytes)  SaveElephant.com

41kotchaban.gif (1101 bytes)

Home | News |From the Elephant's back | Contact Us | Guest Book | Link

ชมรมคชบาล
kotchaban_logo.gif (6309 bytes)
สัญลักษณ์ (LOGO)  ช้างคชลักษณ์ยืนอยู่บนแท่น มีชื่อ ชมรมคชบาล อยู่ข้างล่าง

ที่ตั้ง เพนียดหลวง พระนครศรีอยุธยา ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13000 โทร / แฟกซ์  (035) 211001 มือถือ 01 - 8217065

ความเป็นมา
        ปี พ.ศ. 2531 รัฐบาลไทยมีนโยบายปิดป่า และยุติการให้สัมปทาน การทำไม้ทั่วประเทศ ซึ่งสถานการณ์ก่อนหน้าน ี้ได้มีการลักลอบ ตัดไม้ทำลายป่าอย่างรุนแรง ในระยะแรกของการใช้นโยบายปิดป่า ยังคงมีการลักลอบตัดไม้ มีการบังคับให้ช้าง ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักในการทำไม ้ให้ทำงานหนักตลอดทั้งวัน และเกินกำลังช้าง โดยการใช้ยาบ้าให้ช้างกิน เพื่อหลีกเลี่ยงเจ้าหน้า และเร่งรีบการขนย้ายไม้ในเวลาค่ำคืน เมื่อทางรัฐบาลไทย มีมาตรการเข้มงวด กวดขัน และลงโทษมากขึ้น บทบาทการใช้ช้าง เพื่อการทำไม้จึงจบลงอย่างน่าสงสาร ช้างถูกทอดทิ้งโดยการผูกทิ้งไว้ ไม่มีอาหารเพียงพอ และด้วยความจำเป็นของคนเลี้ยงช้าง ที่ต้องดิ้นรนเพื่อหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว จำต้องเปลี่ยนอาชีพ มีการขายช้าง เพื่อจะได้ไม่ต้องรับภาระ ในการเลี้ยงดูต่อไป บางส่วนต้องดิ้นรนด้วยการอพยพ นำช้างเข้าไปเร่ร่อนหากินในเมือง โดยการขายกล้วย อ้อย และลอดท้องช้าง สะเดาะเคราะห์ เพื่อหารายได้เลี้ยงช้างและครอบครัว จนกระทั่งถูกผู้คนหลายฝ่ายตราหน้าว่า “เจ้าของช้างทารุณสัตว์” ประกอบกับ ป่าชุมชนที่เป็นที่สาธารณะ ใช้เป็นแหล่งอาหารของตัวช้างมาช้านาน ได้ถูกกรมป่าไม้จัดสัมปทานให้แก่ผู้มีอิทธิพล นำไปทำประโยชน์อย่างอื่น เช่น ทำรีสอร์ท ปลูกสวนป่า ทำไร่ ทำให้เจ้าของช้าง และครอบครัว ซึ่งต้องรับภาระเลี้ยงดูช้าง ซึ่งเปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัวเขา ต้องนำช้างไปเร่ร่อนหากินที่อื่น
      สำหรับเจ้าของช้างและครอบครัวนั้น มีภาระไม่แตกต่างไปจากคนไทยคนอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากความฟุ้งเฟ้อ และฟุ่มเฟือยของสังคมทุนนิยม ทำให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจ มีการกู้หนี้ยืมสิน จากเงินนอกระบบด้วยดอกเบี้ยราคาแพง เมื่อเข้ามาในเมืองหลวงก็ก่อให้เกิดปัญหาตามมา จนในที่สุดถูกใช้มาตรการทางกฎหมาย ที่ห้ามช้างเดินในกรุงเทพมหานคร
    การแก้ปัญหาช้างเร่ร่อน นั้นไม่ใช่เพียงแต่จะคอยผลักดันช้าง ไม่ให้เข้าไปหากินในเมืองใหญ่ เพื่อแก้ปัญหาให้กับชาวเมืองเพียงด้านเดียว เพราะปัญหาช้างเร่ร่อน เป็นปัญหาของตัวช้าง และปัญหาของควาญช้างควบคู่กัน ไม่สามารถแยกจากกัน หรือเลือกแก้ปัญหาใดก่อนหลังได้ มีวิธีการมากมาย ที่สามารถแก้ปัญหาช้างเร่ร่อนได้ แต่รออยู่เพียงความจริงใจจริงจัง ของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องที่เห็นความสำคัญของช้าง มุ่งมั่นจะแก้ไข และช่วยเหลือช้างอย่างเร่งด่วน
      การหางานให้ช้างทำ ด้วยการดำเนินธุรกิจบริการนั่งช้าง ให้แก่นักท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยว เป็นทางหนึ่ง ที่จะเป็นแนวทางที่จะรวบรวมช้างเร่ร่อน ให้เข้ามารวมกัน มีงานทำได้จำนวนมากพอ ดังนั้นในปี 2541 จึงเกิดการร่วมมือกันของเอกชน และช้างเร่ร่อนในกรุงเทพมหานคร ได้ก่อตั้งปางช้างอยุธยา แลเพนียด ขึ้นที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจัดตั้งชมรมคชบาล เพื่อเป็นจุดแกนกลางในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับช้างขึ้นนับตั้งแต่นั้น

ลักษณะงาน

  1. รวมรวมช้างจำนวนมาก เพื่อการอนุรักษ์ช้างไทยให้คงอยู่สืบไปในสังคมที่เปลี่ยนแปลง และทันสมัยมากขึ้น

  2. จัดสร้างงานให้ช้างและควาญช้าง ให้มั่นคง มีรายได้ที่แน่นอน มีการบริหารจัดการเพื่อช้างและควาญช้าง

  3. เป็นองค์กรหลักในการรวบรวมความร่วมมือของชาวช้าง เพื่อให้ความช่วยเหลือปัญหาเกี่ยวกับช้างและผู้เลี้ยงช้าง

วัตถุประสงค์

  1. จัดตั้งองค์กรธุรกิจเพื่อสร้างงานให้กับช้างและคนเลี้ยงช้าง

  2. อนุรักษ์ดูแลเอาใจใส่ช้างไทยให้อยู่คู่บ้านคู่เมืองเป็นสัตว์ชั้นสูงคู่บารมีพระมหากษัตริย์อย่างมีศักดิ์ศรีสืบไป

  3. ฟื้นฟูวัฒนธรรมการเลี้ยงช้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาด้วยการจัดงาน พิธีคล้องช้าง (ตำราหลวง) ณ เพนียดคล้องช้าง อยุธยา

  4. รวบรวมศึกษาวิธีการขยายพันธุ์ การปรับปรุงพันธุ์ การคัดเลือกพันธุ์ และการบำรุงพันธุ์ของช้างบ้าน

  5. จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือและพักฟื้นช้าง ขึ้นที่เพนียดคล้องช้าง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเป็นสถานพยาบาลช้างประสบอุบัติเหตุ ช้างป่วย และช้างชราที่ปลดจากการทำงาน

  6. รวบรวมศึกษาพัฒนาพืชอาหารช้าง และสมุนไพรรักษาโรคช้าง

  7. เป็นศูนย์ประสานงานช่วยเหลือและแก้ปัญหาช้างในทุกกรณี

แผนงานที่จัดทำ

  1. ศูนย์ช่วยเหลือและพักฟื้นช้างอยุธยา
      เป็นศูนย์กลางรับแจ้งเหตุและช่วยเหลือช้าง เช่น ช้างประสบอุบัติเหตุ ช้างเจ็บป่วย ช้างอาละวาด และช่วยเหลือให้ช้างมีงานทำโดยการหาแหล่งงานในด้านต่างๆ ให้ และเป็นสถานพักฟื้นช้างชราที่ปลดจากการทำงาน

  2. โครงการตู้ยาเพื่อช้างไทย
       ตั้งขึ้นเพื่อรวบรวมจัดหายา และเวชภัณฑ์เพื่อใช้ในการช่วยเหลือรักษาช้างทั่วประเทศ โดยมุ่ง สนับสนุนให้แก่สัตวแพทย์อาสาสมัครที่มีจิตใจรักช้างและพร้อมให้ความช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ และเป็นศูนย์ยาและเวชภัณฑ์ที่ใช้ในศูนย์ช่วยเหลือและพักฟื้นช้างอยุธยา
        โครงการนี้ยังสนับสนุนและฟื้นฟูการรักษาช้างด้วยสมุนไพรอันเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีมาแต่อดีต โดยการรวบรวมตำราสมุนไพร และพืชสมุนไพรรักษาช้างจากทุกภาคของประเทศ ปัจจุบันริเริ่มทำ
    “สวนสมุนไพรรักษาช้าง” และมีการใช้สมุนไพรรักษาและบำรุงสุขภาพช้าง ใน ปางช้างอยุธยา แล เพนียด

วัตถุประสงค์โครงการ

  1. จัดตั้งเป็นกองทุนยาและศูนย์กลางยารักษา และเวชภัณฑ์เพื่อการช่วยเหลือรักษาช้างทั่วประเทศ

  2. เป็นศูนย์กลางให้การสนับสนุนแก่สัตวแพทย์อาสาสมัคร มาเปิดไฟช่วยเหลือรักษาช้างโดยไม่คิดมูลค่า

  3. เป็นศูนย์กลางประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อช่วยเหลือช้าง

  4. ศึกษาและค้นคว้าโรคที่เกิดกับช้างและหาแนวทางป้องกัน รักษา ทั้งวิธีการสมัยใหม่ และโดยภูมิปัญญาท้องถิ่น


โครงการช้างไทยวาดรูป (Thai Elephant Art & Conversation Project)
  เป็นโครงการที่ได้รับการแนะนำจาก KOMAR & MELAMID STUDIO ของสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2539 โดยการฝึกสอนช้างให้วาดรูป โดยการคัดเลือกช้างและควาญช้างที่มีความในใจในการวาดรูป ตลอดจนการรวบรวมแนวความคิด การคัดเลือกสีและการพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อให้ง่ายต่อการฝึกและไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพช้าง

วัตถุประสงค์โครงการ

  1. ศึกษารวบรวมวิธีการในการสอนให้ช้างวาดรูป

  2. เผยแพร่วิธีการในการสอนช้างวาดรูปให้กับเจ้าของช้างที่สนใจเข้าร่วมโครงการ

  3. กระตุ้นให้ประชาชนให้ความร่วมมือและสนใจในงานอนุรักษ์ช้างให้มากขึ้น

  4. กระตุ้นให้เด็กและเยาวชนสนใจศิลปะและมีใจโอบอ้อมอารีย์ต่อสัตว์

  5. เป็นช่องทางเพื่อหารายได้เข้าโครงการตู้ยาเพื่อช้างไทย



โครงการผสมเทียมช้างไทย (Thai Elephant Artificial Insemination)
      โดยธรรมชาติช้างเป็นสัตว์สังคมที่รวมตัวกันอยู่เป็นโขลง ซึ่งเป็นสิ่งเอื้ออำนวยต่อการขยายพันธุ์ และการพัฒนาสายพันธุ์ช้าง แต่สภาพปัจจุบัน สังคมช้างเปลี่ยนไป ต้องมาเดินเร่หากินในเมืองใหญ่ มีการกระจายตัวไปในที่อื่นๆ ทำให้ระบบนิเวศน์ช้าง และวงจรชีวิตของช้างเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งผลกระทบถึงการขยายพันธุ์ และการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ของช้างอย่างมาก
      เราได้เลือก ปางช้างอยุธยา แล เพนียด เป็นสถานที่ทดลอง มีการจัดการระบบนิเวศน์ของช้างที่เหมาะสม การคัดเลือกเตรียมพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ช้าง ศึกษารวบรวมความรู้เรื่องวงจรชีวิตช้าง วงจรการเป็นสัดในช้างตัวเมีย ตลอดจนมีการฝึกฝน ปรับเปลี่ยนสร้างความคุ้นเคยระหว่างช้าง กับคนเลี้ยงช้างในช่วงฤดูผสมพันธุ์ ปัจจุบันได้มีการทดลองเก็บน้ำเชื้อ ของช้างเพศผู้, ทดสอบความแข็งแรงของน้ำเชื้อ และคัดเลือกบำรุงพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ที่ยังอายุน้อย เพื่อเตรียมเป็นพ่อพันธุ์ และแม่พันธุ์ในอนาคต โครงการนี้อยู่ในระยะแรกเริ่ม

วัตถุประสงค์โครงการ

  1. ศึกษารวบรวมความรู้เรื่องธรรมชาติของช้าง และวงจรชีวิตของช้าง

  2. เตรียมการคัดเลือกพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ พร้อมการบำรุงพันธุ์

  3. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสร้างความคุ้นเคยไว้วางใจกันระหว่างช้างกับคนเลี้ยงช้างในช่วงเวลาผสมพันธุ์

  4. สังเกตและศึกษาวงจรการเป็นสัดในช้างเพศเมีย

  5. เก็บรวบรวมน้ำเชื้อของพ่อพันธุ์และตรวจสอบความแข็งแรงของน้ำเชื้อ

  6. ศึกษาและพัฒนาเครื่องมือเพื่อการผสมเทียม


ผลงานที่ผ่านมา

  1. ปี พ.ศ. 2539 ดำเนินการเปิด ปางช้างอยุธยา แล เพนียด เพื่อสร้างงานให้แก่ช้างเร่ร่อนบางส่วนจากกรุงเทพมหานคร

  2. กันยายน 2540 รับการรักษา พังมะลิ อายุ 45 ซึ่งเป็นช้างจากภาคเหนือที่ถูกบังคับให้ใช้ยาบ้า เพื่อลักลอบตัดไม้ ได้ดูแลรักษาพยาบาลจนในที่สุด พังมะลิ ได้ตายลง เมื่อ 12 พฤษภาคม 2541

  3. พฤษภาคม 2541 ร่วมกับกรมป่าไม้ นำช้างต่อจากอยุธยาไปคล้องช้างป่า ที่ได้รับบาดเจ็บที่ เขาชะเมา จ.ระยอง

  4. 12-21 ธันวาคม 2540 จัดงาน พิธีคล้องช้าง (ตำราหลวง) ขึ้น ที่ เพนียดคล้องช้าง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

  5. 21 มิถุนายน 2541 รับการรักษา พังอุ้มบุญ ลูกช้าง อายุ 20 วัน จากจังหวัดสุรินทร์เนื่องจากสาเหตุแม่ช้างล้ม (ตาย) อย่างกระทันหัน ด้วยโรคคอบวม ได้ดูแลอนุบาลลูกช้างมาจนวันที่ 27 สิงหาคม 2541 ลูกช้างได้ล้มตายแบบกระทันหัน ตรวจพบเชื้อติดต่อจากแม่ช้างเป็นสาเหตุของการตาย

  6. 4-13 ธันวาคม 2541 จัดงานพิธีคล้องช้าง (ตำราหลวง) 2541 ขึ้นที่เพนียดคล้องช้าง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

  7. 24-30 ธันวาคม 2541 เป็นแกนนำในการติดตามช้างไทย 5 เชือก กลับจากประเทศอินโดนีเซีย

  8. 3 กุมภาพันธ์ 2542 รับการรักษา พังบุญมี อายุ 134 ปี จากจังหวัดอุทัย มารักษา สาเหตุเนื่องมาจากท้องร่วงอย่างรุนแรง แต่ช้างเสียชีวิตระหว่างการเดินทาง

  9. 13 สิงหาคม 2542 เป็นตัวกลางเจรจากรณีพิพาท ระหว่างผู้ประกอบการ กับคนเลี้ยงช้าง ที่ปางช้าง บ้านช้างไทย เมืองพัทยา จนสามารถเปิดดำเนินกิจการได้ปกติ


Home | News |From the Elephant's back | Contact Us | Guest Book | Link
Copyright @ 1999, ToThailand.com