elephant_moving.gif (4489 bytes)  SaveElephant.com

41kingkiaew.gif (850 bytes)

Home | News |From the Elephant's back | Contact Us | Guest Book | Link

kingkiaew3.gif (9198 bytes)

โครงการตามพลายกิ่งแก้วกลับบ้าน
 
  ความเป็นมา
    จากกรณีที่ช้างไทยจำนวน 6 เชือก ไปตกระกำลำบากที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยการร่วมมือ ระหว่างองค์การสวนสัตว์ ไทยกับกรมอนุรักษ์ป่าไม้ และทรัพยากรธรรมชาติอินโดนีเซีย เมื่อปลายปี 2540 ต่อมาได้เกิดปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจ ในประเทศอินโดนีเซีย โครงการร่วมมือดังกล่าว จำเป็นต้องล้มเลิก และมีการส่งควาญช้างไทยกลับเมื่อเดือนมิถุนายน 2541 โดยช้างไทยทั้ง 6 เชือก ยังคงตกค้างอยู่ที่อินโดนีเซีย และมีช้างชื่อ
พลายสีนวล ได้ล้มตายลงไป 1 เชือก

    ชมรมคชบาล ซี่งเป็นองค์กรอิสระที่รวมของชาวช้าง ได้ติดตามสถานะการณ์มาโดยตลอด และคัดค้านมาตั้งแต่ต้น ได้พยายามประสานงาน ขอให้ส่งช้างไทยจากอินโดนีเซีย กลับผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และได้รับการขอความช่วยเหลือ จากชาวช้าง และศูนย์คชศึกษา จังหวัดสุรินทร์ ให้เป็นต้วแทนในการเรียกร้องเคลื่อนไหวแทน

    3 กันยายน 2541 ชมรมคชบาล ได้ยื่นหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศผ่าน ส.ส.องอาจ คร้ามไพบูลย์ เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    9-13 กันยายน 2541 ตัวแทนชมรมคชบาลอันประกอบด้วย
    นายสมพาสน์ มีพันธุ์
    นายพิทยา หอมไกรลาศ
    เด็กหญิงวิลาสินี มีพันธุ์
    ได้เดินทางไปสำรวจสภาพช้างไทย ในอินโดนีเซีย เมื่อเดินทางถึงเมืองเมดาน ประเทศอินโดนีเซีย เนื่องจากช้างทั้ง 6 เชือก แยกกันอยู่ การสำรวจจึงแยกออกเป็น 2  คณะ
    คณะที่ 1 นายพิทยา หอมไกรลาศ ใช้เส้นทางจากเมืองเมดาน ไปเมืองโกตาปินัง และเมืองปากันบารู
    คณะที่ 2 นายสมพาสน์ มีพันธุ์ และเด็กหญิงวิลาสินี มีพันธุ์ ใช้เส้นทางจากเมืองเมดาน ไปเมืองบันดาอาแจห์ ได้พบความเป็นอยู่ ของช้างไทย 1 เชือก (พลายจิตร) ส่วนอีก 1 เชือก (พลายสีนวล) ได้ล้ม (ตาย) ลง และผลจากการสำรวจที่นี้ประสานกันกับ MR.BAMBANG เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้อินโดนีเซีย ได้พบว่ามีช้างไทย ซึ่งส่งไปโดยรัฐบาลเมื่อปี พ.ศ.2529 ชื่อกิ่งแก้วเป็นช้างเพศผู้ จากจังหวัดชัยภูมิ ยังตกค้างอยู่ที่ศูนย์ฝึกช้าง เมืองบันดาอาแจห์
    ในสถานะการณ์ครั้งนั้น ตัวแทนชมรมคชบาล ตั้งความหวังอย่างแรงกล้า และให้สัญญากับพลายกิ่งแก้ว ว่าจะนำเขา กลับบ้านให้จงได้ แต่เนื่องจากภาระกิจ ที่ไปต้องการช้างไทย 5 เชือกกลับบ้านก่อน จึงได้มีการประสานงาน แลกเปลี่ยนเบื้องต้นแค่นั้น
    เมื่อกลับมาถึงเมืองไทยได้มีการติดต่อเรียกร้อง โดยการยื่นหนังสือผ่านเอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย เมื่อ 25 ตุลาคม 2541 ก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ทั้งจากฝ่ายรัฐบาลไทย และฝ่ายรัฐบาลอินโดนีเซีย

    29 29 พฤศจิกายน 2541 ชมรมคชบาลเห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่จะเรียกร้องอย่างจริงจังมากขึ้น จึงนำช้างจำนวน 9 เชือก พร้อมควาญยกขบวนไปเรียกร้องขอนำช้างไทย 5 เชือก กลับจากอินโดนีเซียที่ทำเนียบรัฐบาล และได้ยื่นหนังสือเร่งรัด ถึงคุณหญิงสุพัตรา มาศดิศ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ดูแลองค์การสวนสัตว์ ขอให้นำช้างไทยกลับบ้านโดยเร็ว

    23 ธันวาคม 2541 รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ส่งตัวแทน นายยงยุทธ ติยะไพรัฐ ส.ส.เชียงราย เป็นตัวแทน ประสานงานกับชมรมคชบาล ในที่สุดทางรัฐบาลอินโดนีเซียยินยอมคืนช้างให้ และยังผลักดันให้ส.ส.ยงยุทธ ติยะไพรัฐ พูดถึง และเจรจาเรื่องกรณีช้างพลายกิ่งแก้วกับทางรัฐบาลอินโดนีเซีย

    24-26 ธันวาคม 2541 ชมรมคชบาล ชาวช้าง และหมอเฒ่าได้เดินทางไปรับช้างไทยทั้ง 5 เชือก กลับที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยเรือสินธุภูเก็ต

    30 ธันวาคม 2541 เรือสินธุภูเก็ตนำช้างไทย 5 เชือก พร้อมคณะติดตามช้างเดินทางกลับถึงแผ่นดินไทย โดยสวัสดิภาพที่ทำเนียบเรือ จังหวัดภูเก็ตถ

    ถึงแม้ภาระกิจการติดตามช้างไทย 5 เชือก จะสำเร็จล่วงไปแล้วก็ตาม ข่าวของช้างไทยยังคงเงียบหายไป ไม่มีผู้ใด เอ่ยถึงชะตากรรม ของพลายกิ่งแก้ว ที่อินโดนีเซียจะเป็นอย่างไร ผู้รับผิดชอบ ผู้เกี่ยวข้องหาได้มีผู้ใดพูดถึงไม่ ทั้งก่อนหน้านี้ ในช่วงเหตุการณ์ติดตามช้างไทย 5 เชือก กลับบ้าน ฝ่ายการเมืองได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนอย่างมั่นใจ ชมรมคชบาล ได้พยายามติดตามความคืบหน้า และเรียกร้องทวงถามมาโดยตลอด แม้จะทราบข้อมูลอันน้อยนิดเบื้องต้น แต่พยายามสืบเสาะหาข้อมูล รายละเอียดที่มากกว่านี้

    บทพิสูจน์ทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมาหามีผู้ใดจริงใจและจริงจังกับชะตากรรมของช้างไทยที่เผชิญอยู่ไม่เห็นจะมีก็แต่ ชาวช้างเท่านั้น ที่จะต้องช่วยเหลือตนเอง ทุกคนผ่านมาแล้วก็ผ่านไปสุดท้ายก็ลืม ภาระกิจครั้งสำคัญของชมรมคชบาล จึงต้องเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ในการสานฝันทำตามคำสัญญา ที่เคยให้ไว้กับพลายกิ่งแก้วที่ประเทศอินโดนีเซีย

    โครงการตามพลายกิ่งแก้วกลับบ้าน จึงเกิดขึ้นในการที่จะเคลื่อนไหว เรียกร้อง เพื่อให้ได้มีการนำช้างไทย ที่เกือบจะถูกลืมกลับคืนแผ่นดินเกิด ของเขาให้จงได้ และจะประสบผลสำเร็จดังหวังหรือไม่ คงต้องอาศัยความร่วมมือ รวมแรงใจของชาวช้าง ที่มีจิตใจรักช้าง สำนึกในบุญคุณของช้างซึ่งถือเป็นสัตว์ชั้นสูง คู่ชาติบ้านเมืองไทย ด้วยความรัก และหวงแหน ในมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ช่วยกันทวงถามเรียกร้อง ซึ่งชมรมคชบาล ขอปวารณาตัวเป็นหัวหอก ในการนำพลายกิ่งแก้วกลับบ้าน เพื่อร่วมถวายในโอกาสมหามงคล 6 รอบให้ได

ชมรมคชบาล

เพนียดหลวง พระนครศรีอยุธยา

โทร./แฟกซ์ (035) 211-001

 

 

kingkiaew_logo.gif (1898 bytes)

Bluesq.gif (59 bytes) ประวัติความเป็นมา
Bluesq.gif (59 bytes)
ข้อมูลจำเพาะ
Bluesq.gif (59 bytes)
ที่อยู่ปัจจุบันของพลายกิ่งแก้ว
Bluesq.gif (59 bytes)
กลอนพลายกิ่งแก้ว
Bluesq.gif (59 bytes)
ค่าใช้จ่าย
Bluesq.gif (59 bytes)
ผลการดำเนินงาน
Bluesq.gif (59 bytes)
คณะทำงาน
Bluesq.gif (59 bytes)
กำหนดการเดินทางกลับ
Bluesq.gif (59 bytes)
ร่วมสมทบทุนโครงการพลายกิ่งแก้ว


Home | News |From the Elephant's back | Contact Us | Guest Book | Link
Copyright @ 1999, ToThailand.com